สร้าง Infographic ภูมิปัญญา

ในยุคปัจจุบันที่ทุกคนต่างก้มหน้า ก้มตา กดโทรศัพท์มือถือในมือ ข้อมูลข่าวสารที่เราพบเห็นในสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นข้อมูลที่ถูกย่อยมาให้อ่านง่าย เข้าใจง่ายแม้แต่ในช่วงเวลาที่เราเพียงแค่กวาดสายตามองไปเท่านั้น ประกอบกับรูปภาพที่ดึงดูดใจ สีสันสะดุดตา หรือ ที่เรียกกันว่า Infographic

Infographic เครื่องมือเล่าเรื่องพันธุ์ใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลยากๆ ให้เป็นเรื่องง่ายๆที่ทุกคนจะชมได้อย่างสนุกสนาน

Infographic นั้นมาจากคำในภาษาอังกฤษสองคำคือ Information และ Graphics คำแรกนั้นหมายถึงสารสนเทศ หรือข้อมูลที่ถูกประมวลผลและจัดระบบไว้แล้ว ส่วนคำที่ 2 นั้นเป็นคำที่ใช้เรียกภาพหรือลวดลายประกอบต่างๆ ซึ่งสามารถปรากฏในมุมมองหรือวัสดุที่หลากหลาย
เมื่อรวมกันแล้ว Infographic จึงเป็นการแสดงข้อมูลหรือความรู้ที่ผ่านการสรุปย่อแล้วเป็นแผนภาพ เพื่อให้เนื้อหาหรือข้อมูลที่ต้องการนำเสนอสามารถอ่านและเข้าใจได้ง่าย วันนี้ Infographic จึงมีอิทธิพลมากในการบอกเล่าเรื่องราวทุกแขนง ทั้งวิทยาการ ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสถิติศาสตร์ และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของนักการตลาด นักการเงิน นักประวัติศาสตร์ บริษัทห้างร้าน รวมถึงนักการศึกษาเพื่อการแสดงข้อมูลที่ซับซ้อนให้ดูเข้าใจง่าย

ส่วนประกอบหลักของ Infographic คือข้อมูลหรือความรู้ที่ต้องการนำเสนอ และภาพกราฟิกซึ่งประกอบด้วยเส้น กล่อง ลูกศร สัญลักษณ์ต่างๆ รวมไปถึงสัญลักษณ์ pictogram ที่อธิบายความหมายในตัวของมันเองผ่านภาพเลียนแบบวัตถุต่างๆ เช่น สัญลักษณ์หน้าห้องน้ำชายและหญิง, สัญลักษณ์ห้ามนำเครื่องดื่ม อาหารและสัตว์เข้าในสถานที่ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสร้าง Infographic จะต้องจัดหาวัตถุดิบเหล่านี้มาให้ได้

ประเภท Infographic

  • Static infographic
    เปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่มีมากมายอยู่บนโลก ให้เข้าใจและจดจำง่ายภายในไม่กี่นาที อีกทั้งยังมีการดีไซน์ที่สวยงาม ง่ายต่อการอ่านและการแชร์ต่อ
  • Artlcle infographic
    เหมาะสำหรับเนื้อหาที่ย่อยให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่ต้องการอธิบายรายละเอียดไปพร้อมๆกัน
  • Motion infographic
    การสื่อสารในรูปแบบเคลื่อนไหว ช่วยสร้างเรื่องราวได้น่าติดตามมากกว่าภาพนิ่งเหมาะสำหรับข้อมูลที่มีปริมาณเยอะมีเนื้อหาหลายประเด็น

ข้อมูลความรู้และภูมปัญญา ควรมี Infographic เพราะ

  • ง่ายต่อการทำความเข้าใจของผู้อ่านทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร ผู้ที่สนใจในการทำเกษตร
  • ผู้ใช้สามารถจดจำเนื้อหาซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
  • เป็นประโยชน์ในการทำซ้ำหรือเผยแพร่ข้อมูล
  • ประหยัดเวลาของผู้อ่าน เพราะความอ่านง่ายทำให้สามารถศึกษาข้อมูลยากๆได้เร็วขึ้น
  • ดึงดูดความสนใจได้ง่าย เพราะ Infographic ประกอบด้วยสีสันและลวดลายที่น่าสนใจ
  • การเพิ่ม Infographic ให้เว็บ สามารถเสริมภาพลักษณ์ความสร้างสรรค์ให้เว็บได้
  • เพิ่มทราฟฟิกให้กับเว็บไซต์ เพราะความง่ายในการศึกษาอาจทำให้มีผู้ติดใจต้องการกลับมาชม Infographic ใหม่ๆตลอดเวลา

อยากสร้าง Infographic ง่ายๆ ทำอย่างไร?
การจะสร้าง Infographic ของตัวเองขึ้นมาจึงต้องเริ่มที่การหาข้อมูลและเครื่องมือช่วยสร้าง Infographic โดย Infographic สามารถสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือวาดเองก็ได้ กรณีหลังนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าเพราะเร็ว ง่าย และสะดวก

ลงมือทำ Infographic ข้อมูลความรู้และภูมิปัญญา

  1. สรุปองค์ความรู้ให้เป็นภาพรวม สามารถสื่อสารใน Infographic เพียงหน้าเดียว โดยการร่างลงกระดาษ และเตรียมทำในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  2. เราเลือกขนาดของ Infographic ในขนาดกระดาษ A4 เพื่อนำไปใช้ในการพิมพ์เผยแพร่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
  3. ส่วนของ ภาพประกอบ สี โครงสร้าง ทำการออกแบบให้เป็นแนวทางเดียวกัน เตรียมภาพประกอบให้ครบถ้วน หากไม่มีภาพเราสามารถหาจากเว็บที่ให้บริการฟรีภาพ เช่น www.freepik.com เมื่อรวบรวมภาพได้ตามต้องการก็ลงมือทำในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  4. ทำการสร้าง Infographic ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตามที่ออกแบบไว้ บันทึกเก็บไว้ แล้วสร้างเป็นภาพ (.jpg) และ PDF เพื่อนไปเผยแพร่ต่อไป

ข้อควรจำในการออกแบบ Infographic :

  • ควรตั้งคำถามก่อนลงมือทำ Infographic ว่าคุณต้องการนำเสนออะไร ทำไม กลุ่มเป้าหมายคือใคร คำตอบที่ได้จะสัมพันธ์กับดีไซน์และรูปแบบของ Infographic
  • เตรียมข้อมูลน่าสนใจที่เป็นข้อเท็จจริงและสถิติที่ถูกต้อง อ้างอิงได้
  • วางรูปแบบโครงร่างของสีที่จะใช้ใน Infographic นั้นก่อนลงมือ
  • ออกแบบโดยยึดความง่ายเป็นอันดับหนึ่ง พยายามอย่าเพิ่มข้อมูลลงในหนึ่งภาพมากเกินไป ท่องให้ขึ้นใจว่า Infographic นี้จะต้องสื่อถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว
  • ความสมดุลจะเกิด เมื่อเปิดทางให้ที่ว่าง ขนาดใหญ่กว่าก็เด่นกว่า ก็ใช่ แต่ในบางกรณี ขนาดใหญ่ๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป การวางเลย์เอาท์ให้สวยงามนั้นจำเป็นต้องสร้างสมดุล ระหว่างภาพ ตัวอักษร และที่ว่างให้ลงตัว จึงจะดูแล้วสบายตา ไม่อึดอัด นอกจากนี้ก็ควรตัดทอนข้อความให้สั้นกระชับ เพื่อไม่ให้ข้อมูลดูอัดแน่น กันจนเกินไป
  • สีสันนั้นสำคัญ เลือกให้ตัดกันเข้าไว้ ถ้าจะให้มวลชนหันมาสนใจ การเลือกใช้สีสันสวยงามสดใสที่ดึงดูดสายตา ย่อมเป็นหนทางที่ได้ผลเสมอ แต่อย่าลืมคำนึงถึงการอ่านด้วย ควรเลือกสีที่อ่านง่ายเป็นมิตรต่อสายตา ส่วนสำหรับข้อมูลสำคัญที่ต้องการจะเน้นย้ำ หรือต้องการจะแสดงความแตกต่าง ก็สามารถเลือกใช้สี เป็นตัวช่วยในการสื่อสารได้เช่นกัน
  • ภาพต้องสื่อสาร ช่วยเสริมกันกับข้อความ เนื่องจากผู้คนทั่วไปสามารถจดจำภาพได้ดีกว่าข้อความ ดังนั้น อย่าคิดพึ่งพาแค่ตัวอักษรในการสื่อสารเป็นอันขาดเชียวค่ะ ข้อความและภาพต่าง ก็ต้องสอดคล้องกัน ช่วยเสริมเติมเต็มความหมายซึ่งกันและกัน เพื่อให้สามารถสื่อสารใจความได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเองค่ะ
  • ส่งต่อให้ไกล แชร์ไปอย่างทั่วถึง มีผลงานทั้งทีแล้วก็ต้องทำการโปรโมทให้ดี อย่าให้ Infographic ที่อุตส่าห์ลงมือปั้นต้องอยู่แต่ในเว็บไซต์หรือบล็อกเท่านั้น ทำการแชร์บ่อยๆ ลงบน สื่อ Social Media ต่างๆ ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือแม้กระทั่ง Pinterest ก็เป็นอีกช่องทางที่ดีสำหรับ Infographic เช่นกัน

 

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

การตลาดด้วยเนื้อหา : Content Marketing
เครื่องมือออนไลน์เพื่อการตลาด สำหรับเกษตรกร
การตลาดบนเส้นทางเกษตรยั่งยืน